ฟรองก์ ริเบรี จรดปากกาเซ็นสัญญากับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค พร้อมกับภารกิจและความคาดหวังที่ยิ่งใหญ่ในฐานะเจ้าของค่าตัวเป็นสถิติสูงสุดของบาเยิร์นในขณะนั้น

มาถึงวันนี้เขาจัดการความกดดันทุกอย่างได้หมดสิ้น และกำลังจะขึ้นหิ้งเป็นอีกหนึ่งสุดยอดตำนานของทีมเสือใต้ที่คงไม่มีใครทดแทนได้

จุดเริ่มต้นของตำนานเรื่องนี้บังเกิดขึ้นในศึก ฟรันซ์ เบคเคนเบาเออร์ คัพ เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2007 (ปัจจุบันการแข่งขันนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว) ซึ่งในตอนนั้นบาเยิร์นใช้แมตช์นี้เป็นเกมอำลานักเตะชื่อดัง 2 คน ได้แก่ รอย มาคาย หัวหอกเลือดดัตช์ที่ยิงให้เสือใต้ไป 102 ประตูจาก 178 เกม

แม้เขาไม่ได้ลงเล่นในเกมนั้น แต่ก็ถือเป็นโอกาสได้กล่าวขอบคุณแฟนบอลในสนาม ส่วนอีกคนก็คือตำนานหมายเลข 7 ของทีมอย่าง เมห์เม็ต โชล ที่ลงสนามในสีเสื้อบาเยิร์นเป็นครั้งสุดท้ายของอาชีพค้าแข้งก่อนแขวนสตั๊ดในวัย 36 ปี โชลถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 53 ซึ่งนักเตะที่ลงสนามแทนเขาก็คือริเบรีนั่นเอง

โดยโชลได้กล่าวไว้ว่า “ตอนนี้หมายเลข 7 เป็นของริเบรีแล้ว นักเตะแบบนี้แหละที่ผมมองว่าจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจากผม” หมายเลข 7 คนใหม่

ผลการแข่งขันในเกมนั้นจบลงโดยบาเยิร์นเป็นฝ่ายแพ้ไป 0-1 ประตูจากลูกวอลเล่ย์สุดสวยของเลโอเนล เมสซี แต่เกมนี้ถือเป็นโอกาสที่ริเบรีได้โชว์ฟอร์มต่อหน้าแฟนบอลอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก
จากนั้นไม่กี่วันเขาก็เบิกสกอร์แรกในบุนเดสลีกาได้ในเกมนัดที่ 2 ที่เสือใต้บุกไปถล่มแวร์เดอร์ เบรเมน 0-4 ประตู แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์และความมั่นใจในการเข้ามาแทนที่เมห์เม็ต โชล ได้อย่างรวดเร็ว หมายเลข 7 คนเดิม

แม้ริเบรีจะสามารถแสดงให้คนส่วนใหญ่เห็นได้ว่าเสือใต้สามารถคว้าตัวนักเตะที่ยิ่งใหญ่มาได้ แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่เชื่อว่าการเซ็นสัญญาครั้งนี้จะคุ้มค่า บ้างก็ว่ามันยังเร็วไปที่จะเอาริเบรีไปเทียบกับตำนานผู้เป็นที่รักอย่างเมห์เม็ต โชล

โชล คืออดีตมิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติอินทรีเหล็กที่คว้าแชมป์บุนเดสลีกาถึง 8 สมัย มากกว่านักเตะบาเยิร์นคนไหนๆ เขาเล่นบอลได้เนียนตาทั้งเท้าซ้ายและขวา สามารถเลี้ยงหลบคู่แข่งได้ดีเยี่ยม แถมยังยิงประตูได้ดีและเป็นเจ้าพ่อลูกฟรีคิกอีกด้วย หลังย้ายมาบาเยิร์นด้วยวัย 21 ปี ในฤดูกาลที่ 2 ของเขา

โชลสามารถยิงประตูได้ถึง 11 ลูก ในเกมยูฟ่าคัพ ฤดูกาล 1995/96 รอบรองชนะเลิศ โชลยิงประตูได้ทั้ง 2 เลกพาทีมเอาชนะบอร์กโดซ์ 5-1 ประตู เบ็ดเสร็จแล้วในฤดูกาลนั้นโชลยิงให้บาเยิร์นไปถึง 32 ประตู อีก 8 สัปดาห์ต่อมา

โชลจะสวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์คนสำคัญของทีมชาติเยอรมนีในศึกยูโร 96 เขี่ยอังกฤษเจ้าภาพตกรอบรองชนะเลิศ ก่อนเบียดเอาชนะสาธารณรัฐเช็กได้ในนัดชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์ที่สนามเวมบลีย์ได้สำเร็จ

อ่านต่อ https://mobemarketplace.com/

ทางเข้า ufabet369.net