เปิดตัวกับแบรนด์ใหม่อย่างเป็นทางการไปแล้ว

จับมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง “ไนกี้” ที่เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนทีม ถือเป็นการแทนที่ของแบรนด์เดิมอย่าง “นิว บาลานซ์

UFA369

ส่วนหนึ่ง ที่สโมสรลิเวอร์พูล หันมาเลือกใช้แบรนด์ไนกี้ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ส่วนหนึ่งมาจากอนาคตที่สดใส โดยเฉพาะในส่วนของเม็ดเงินสนับสนุน โดยประเด็นนี้ สื่อดังจากต่างประเทศอย่าง “เดลี่ เมล” ออกมารายงานข่าวว่า ลิเวอร์พูล เตรียมรับเงินกินเปล่าจากไนกี้ ตกปีละประมาณ 30 ล้านปอนด์ กระนั้น เมื่อรวมค่าส่วนแบ่ง และสิทธิพิเศษต่างๆ ตัวเลขอาจพุ่งสูงถึง 80 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาลเลยทีเดียว

แน่นอนว่า ในตัวเลข 80 ล้านปอนด์ต่อปี ที่ลิเวอร์พูล เตรียมรับจากไนกี้ ส่งผลให้พวกเขากลายเป็นสโมสรที่ได้รับเงินจากแบรนด์กีฬามากที่สุด เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยจะเป็นรองเพียงแค่เรอัล มาดริด ที่รับจากอาดิดาส ที่ 110 ล้านปอนด์ต่อปี และบาร์เซโลน่า ที่ได้รับจากไนกี้ 100 ล้านปอนด์ต่อปี 

หากเจาะลึกกว่านั้น ลิเวอร์พูล ได้มากกว่าคู่ปรับร่วมพรีเมียร์ลีกอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่รับจากอาดิดาส 75 ล้านปอนด์ต่อปี ไล่หลังมาด้วย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่รับจากพูม่า 65 ล้านปอนด์ต่อปีอาร์เซน่อล ที่รับจากอาดิดาส 60 ล้านปอนด์ต่อปี และเชลซี ที่ได้รับจากไนกี้ 60 ล้านปอนด์ต่อปี

ย้อนกลับไปช่วงระหว่างปี 2006 – 2015 ลิเวอร์พูล ถือว่าเข้าสู่ช่วงตกต่ำอย่างแท้จริง เมื่อผลงานในสนามของพวกเขาไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้ยอดขายเสื้อ และการตลาดตกไปด้วย เป็นเหตุผลว่า ทำไมแบรนด์ชื่อดังอย่างอาดิดาส ที่สนับสนุนทีมในช่วงปี 2006 – 2012 ต้องถอนสมอออกไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ผสมกับความเสี่ยงเรื่องผลงาน

ขณะที่แบรนด์หลังจากนั้นอย่างวอริเออร์ ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร ระหว่างนั้น UFA369 คว้าโทรฟี่แชมป์มาครองน้อยมาก กระทั่งปี 2015 นิว บาลานซ์ ตัดสินใจกระโดดเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนของลิเวอร์พูล โดยถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เพราะหลังจากนั้น ลิเวอร์พูล ทะลุเข้าไปชิงบอลถ้วยหลายหน กระทั่งประสบความสำเร็จสุดขีด ด้วยการคว้าแชมป์ยุโรปเป็นสมัยที่ 6 

UFA369

เมื่อผลงานดี ยอดขายเสื้อย่อมดีขึ้นตามไปด้วย ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 รายงานจากทาง “เดลี่ เมล” ระบุว่า ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สโมสรลิเวอร์พูล มียอดขายเสื้อแข่งเฉลี่ยปีละ 1.1 ล้านตัวเลยทีเดียว นอกจากนี้ ภายใต้แบรนด์นิว บาลานซ์ เกิดการทำลายสถิติยอดขายของลิเวอร์พูล 2 ครั้งด้วยกัน 

ช่วงเวลาที่ผ่านมา นิว บาลานซ์ พยายามยื่นข้อเสนอต่อสัญญากับพลพรรค “หงส์แดง” มาตลอด เพราะสัญญาจะหมดลงหลังจบฤดูกาล 2019-20 ทว่าระหว่างทาง ไนกี้ กระโดดเข้ามาทาบทามเช่นเดียวกัน นิว บาลานซ์ จึงอาศัยรายละเอียดที่ใส่ลงไปในสัญญาว่า พวกเขามีสิทธิยื่นข้อเสนอเทียบเท่ากับที่คู่แข่งรายใหม่ยื่นเข้ามา เพื่อเป็นการให้ลิเวอร์พูล ได้พิจารณา และยังเป็นการตีกันคู่แข่งไปในตัว

อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาให้ไนกี้ และลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายชนะ เพราะมองว่า ไนกี้ มอบค่าตอบแทนด้วยเม็ดเงินที่ให้มากกว่า นอกจากนี้ ไนกี้ ยังหลุดจากช่องโหว่ที่นิว บาลานซ์ ทำเอาไว้ เพราะมอบเงินให้มากกว่า ไม่ใช่เทียบเท่าตามที่แบรนด์เดิมได้เคยลงรายละเอียดเอาไว้ นี่จึงเป็นที่มาของการเซ็นสัญญาครั้งประวัติศาสตร์นี้

ติดตามข่าวสารได้ที่ mobemarketplace.com